เสด็จถวายผ้าพระกฐินเป็นการส่วนพระองค์ ณ วัดแก้วพิจิตร อำเภอเมืองปราจีนบุรี จังหวัดปราจีนบุรี

วันจันทร์ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๐๗
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิ พลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินโดยรถไฟพระที่นั่งจากสถานีจิตรลดา มายังจังหวัดปราจีนบุรี เพื่อทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐินเป็นการส่วนพระองค์ ณ วัดแก้วพิจิตร อำเภอเมืองปราจีนบุรี จังหวัดปราจีนบุรี และเสด็จพระราชดำเนินมายังศาลากลางจังหวัดปราจีนบุรี (หลังเก่า) ซึ่งเป็นอาคารสำนักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรีในปัจจุบัน ทรงมีพระราชปฏิสันถารกับข้าราชการ ประชาชนที่มาเฝ้ารับเสด็จ นับเป็นครั้งแรกที่ทรงเสด็จเยือนจังหวัดปราจีนบุรี
พระอุโบสถวัดแก้วพิจิตร ตั้งอยู่ริมฝั่งขวาของแม่น้ำปราจีนบุรี หรือแม่น้ำบางปะกง ตำบลบางบริบูรณ์ อำเภอเมืองปราจีนบุรี จังหวัดปราจีนบุรี เป็นวัดที่ตั้งอยู่ในชุมชนในเมือง ห่างจากศาลากลางจังหวัดปราจีนบุรี (หลังเก่า) ประมาณ ๒ กิโลเมตร วัดนี้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๔๒๒ ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยนางประมูล โภคา (แก้ว ประสังสิต ) บนเนื้อที่ ๑๒ ไร่ ๒ งาน ๗๘ ตารางวา ต่อมาเจ้าพระยาอภัยภูเบศร (ชุ่ม อภัยวงศ์) ได้เข้ามาพัฒนาสร้างสิ่งก่อสร้างที่เป็นถาวรวัตถุ อันประกอบด้วย อาคารเรียนปริยัติธรรมในปี พ.ศ. ๒๔๖๓ พระอุโบสถ พ.ศ. ๒๔๖๓ อาคารหอไตร พ.ศ. ๒๔๖๔
พระอุโบสถ เป็นอาคารก่ออิฐถือปูน ขนาด ๕ ห้อง มีเฉลียงรอบ กว้าง ๑๗ เมตร ยาว ๒๑.๓๐ เมตร ตัวอาคารวัดจากผนังกว้าง ๑๐.๕๐ เมตร ยาว ๓๖.๕๐ เมตร หันหน้าไปทางทิศตะวันออก มีกำแพงแก้วล้อมรอบ บนกำแพงแก้วมีลายดอกไม้ในวงกลมตรงกลางผนังทุกห้อง เสากำแพงแก้ว มีหัวเสาเป็นแท่งตั้งกระถางต้นไม้ที่กึ่งกลางแนวกำแพงแต่ละด้านมีซุ้มประตูเป็นชั้น ๆ ประดับปูนปั้น ลายหน้าสิงห์ ลายดอกไม้ และนาฬิกา ระหว่างกำแพงแก้ว และอุโบสถเป็นลานประทักษิณ มีซุ้มใบเสมาทรงมณฑปอยู่เป็นระยะๆ
พระอุโบสถหลังนี้จำลองแบบมาจากวัดพระเจ้าข้างเผือกที่เมืองพระตะบอง ประเทศกัมพูชา คือมีหลังคามุงกระเบื้อง มีมุขประเจิดทั้งหน้าและหลัง ถัดลงมาเป็นหลังคาเฉียงรอบ ๒ ขั้น ทีสันหลังคา ประดับบราลีและช่อฟ้า หน้าบันปูนปั้นเขียนสีเป็นรูปวิมานพระอินทร์ ตอนล่างของหน้าบันเป็นลายกระจังฐานพระ มีสาหร่ายรวงผึ้ง หลังเสามุขประเจิดประดับปูนปั้นเป็นตัวมกร ฝาผนัง อุโบสถฉาบปูน ตอนบนเขียนภาพปูนปั้นเป็นลายเครื่องแขวนสลับภาพบุคคลครึ่งตัว ลักษณะคล้ายชาวตะวันตก หน้าต่างที่ผนังด้านข้างมีข้างละ ๕ ช่อง ประตูด้านหน้าและด้านหลังมีช่องประตูข้างละ ๒ ช่อง มีบันไดขึ้นจากเฉลียงตรงกลางระหว่างช่องประตู มีปูนปั้นภาพเรื่องรามเกียรติ์ ซุ้มประตูและหน้าต่างทำลายปูนปั้นเป็นลายก้านขด มีเศียรนาค ประดับใต้ช่องหน้าต่างทำเป็นภาพลิงแบกบานประตูหน้าต่างนอกเดิมเป็นลายรดน้ำภาพทวารบาลทั้ง ๒ บาน ยอดซุ้มหน้าต่างเป็นไม้ฉลุ
เฉลียงรอบพระอุโบสถมีเสานาคเรียงรับหลังคาเป็นเสากลม หัวเสาแบบใบผักกาดหรือโครินเธียน ตามศิลปะแบบตะวันตก ประดับเทพพนม ฐานเสาประดับลายปูนปั้นรูปม้า พื้นเฉลียงปูด้วยกระเบื้องเคลือบสี
ผนังด้านในเดิมมีภาพจิตรกรรมแผ่นผ้าติดกรอบประดับอยู่แต่ถูกโจรกรรมไปหมด ผนังตอนบนเป็นภาพจิตรกรรมปูนเปียก เป็นภาพริ้วชายผ้ารอบผนังทั้ง ๔ ด้าน เพดานอุโบสถเป็นสีขาว มีลายดาวสีทองตรงกลางและที่มุมเป็นลายพุ่ม
ภายในพระอุโบสถมีเสา ๔ ต้น เป็นเสากลมเซาะร่องเป็นริ้วยาวตลอด เสาทาสีแดง ร่องริ้วเสาทาสีทอง หัวเสาเป็นแบบใบผักกาดหรือโครินเธียน เช่น บานประตูหน้าต่างด้านในเขียนภาพ สีน้ำมันรูปช่อดอกไม้


image รูปภาพ
image
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar