วันที่ ๑๓ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๑๕
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินมายังจังหวัดปราจีนบุรี เพื่อทรงเป็นประธานในพิธีเปิดพระอนุสาวรีย์ จอมพลสมเด็จเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถฯ ณ อำเภอเมืองปราจีนบุรี จังหวัดปราจีนบุรี
พระอนุสาวรีย์ จอมพลสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถนี้ตั้งอยู่บริเวณค่ายจักรพงษ์ ตำบลดงพระราม อำเภอเมืองปราจีนบุรี จังหวัดปราจีนบุรี จอมพลสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ ประสูติเมื่อวันเสาร์ที่ ๓ มีนาคม พ.ศ.๒๔๒๕ เป็นพระราชโอรสองค์ที่ ๔๐ ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และที่ ๔ ในสมเด็จพระศรีพัชรินทรา บรมราชินีนาถ (พระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี) เมื่อเจริญพระชันษาได้เสด็จไปทรงศึกษา ณ ประเทศอังกฤษ เมื่อจบการศึกษาแล้วได้ทรงเข้ารับราชการประจำกรมทหารม้าฮูชชาร์ ทหารรักษาพระองค์ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๔๖ เสด็จกลับประเทศไทย ทรงเป็นนายทหารประจำกรมทหารราบที่ ๑ รักษาพระองค์ กรุงเทพฯ ต่อมาได้เสด็จไปศึกษาวิชาเสนาธิการทหารที่รัสเซีย ทรงมีโอรสหนึ่งคือ พลตรี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ ในสมัยรัชกาลที่ ๖ ทรงดำรงตำแหน่งเป็นพลโทเสนาธิการทหารบก และได้ทรงปรับปรุงกิจการทหารให้เจริญก้าวหน้า จนได้รับพระราชทานยศเป็นจอมพล เมื่อวันที่ ๓๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๖๐ ขณะนั้นที่จังหวัดปราจีนบุรี มีหน่วยทหารเพียงหน่วยเดียวคือ กรมทหารราบที่ ๑๙ ซึ่งตั้งอยู่ทางฝั่งซ้ายแม่น้ำปราจีนบุรี (บริเวณศาลากลางจังหวัดและที่โรงเรียนประจำจังหวัดชายในปัจจุบัน) จอมพล สมเด็จฯ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถฯ ได้ทรงพิจารณาเห็นว่า การวางกำลังของหน่วยทหารในขณะนั้นไม่สู้จะเหมาะสมกับสถานการณ์ทางทหารบางประการ จึงได้โปรดให้ย้ายกรมทหาราบที่ ๑๙ มาตั้งทางฝั่งเหนือของแม่น้ำปราจีนบุรี ได้ทรงพิจารณาเลือกเอาบริเวณดงพระราม เป็นที่ตั้งของหน่วยทหารโดยในปี พ.ศ. ๒๔๖๒ โปรดให้กรมทหาราบที่ ๙ และกรมทหารปืนใหญ่ที่ ๙ และทหารพาหนะเข้าประจำการเป็นหน่วยแรก ส่วนกรมทหารราบที่ ๓๙ ได้ยุบรวมกับกรมทหารราบ ที่ ๙ แล้ว เปลี่ยนเป็นกรมทหารราบที่ ๑๐ จากนั้นจอมพลสมเด็จฯ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถฯ ทรงประกอบพิธีเปิดค่าย เมื่อวันที่ ๑๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๖๒ นับเป็นค่ายทหารแห่งแรกของกองทัพบก พร้อมกับประทานชื่อค่ายว่า “ค่ายจักรพงษ์” มีตราจักรกับกระบองซึ่งเป็นเครื่องหมายประจำพระองค์ เป็นสัญลักษณ์ของค่าย